ว่านขันหมากเศรษฐี

ว่านขันหมากหรือขันหมากเศรษฐี เป็นว่านที่ปู่ย่าตายายสมัยโบราณนำมาใช้รักษาโรคชนิดต่างๆเพราะในเมล็ดของว่านขันหมากมีเอนไซด์ที่ช่วยให้ระบบต่างๆของร่างกายมนุษย์ทำงานได้ตามปกติ อีกทั้งยังช่วยยับยั้งและป้องกันรักษาเซลล์เนื้อร้ายต่างๆ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ รักษาอาการภูมิแพ้ หอบหืด โรคกระเพาะ โรคลำไส้ ทางเดินอาหาร ปวดท้องบิด ตะคริว มือเท้าชา ปวดตามแข้งขา เส้นเอ็นตึง รักษาไข้และอาการไอได้ รักษามะเร็งระยะต่างๆ เนื้องอก ซิสส์ เบาหวาน ความดัน ยับยั้งความเสื่อมชราของร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ ป้องกันความเสื่อมทางด้านเพศ เป็นสมุนไพรที่มีงานวิจัยรับรองอย่างมากมาย ส่วนต้นเชื่อกันว่านำมาปลูกประดับบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล โชคลาภ ค้าขายร่ำรวย ป้องกันภูติผีได้ ถ้าใครนำมาปลูกแล้วขันหมากออกดอกเชื่อกันว่าเจ้าของบ้านจะมีแต่โชคดี เงินไหลนอง ทองไหลมา เพราะต้นนึงจะออกดอกออกผลใช้เวลาร่วม 3 ปีทีเดียว ถ้าทุกท่านต้องการข้อมูลมากกว่านี้สอบถามได้นะครับ

สรุปทำบุญถวายว่านขันหมากแด่พระสงฆ์ สามเณร ปี 2557 ของหมอพืชอานนท์

สรุปการทำบุญถวายสมุนไพรว่านขันหมากเศรษฐีแด่พระสงฆ์ สามเณร ทั่วประเทศ ประจำปีพ.ศ.2557 ตั้งแต่เดือนมกราคม 2557 - เดือนธันวาคม 2557 ของหมอพืชอานนท์และครอบครัวครับครับ..ซึ่งเป็นบุญกุศลที่คิดถึงทีไรผมมีความสุขจากการเป็นผู้ให้ตลอดเวลา เมื่อได้รับโทรศัพท์ หรือ ไลน์ ข้อความจากพ่อแม่ครูบาอาจารย์พระสงฆ์ สามเณร ผมรู้สึกดีใจมากคิดในใจทันที"เราได้ทำบุญอีกแล้ว"..ทุกๆครั้งก็จะกล่าวคำว่า"สาธุ"กับภรรยาทุกทีที่จะได้ทำบุญดังกล่าว..หลายๆครั้งพระสุปฏิปันโณบางรูปท่านคะยั้นคะยอว่าไม่อยากเอาเปรียบผมให้รับปัจจัยค่าสมุนไพรไว้..ทุกๆครั้งผมตอบท่านกลับไปทันทีว่า " ผมขอปวารณาตัวครับผม ถวายพระฟรีทั่วประเทศ ทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ขอให้ผมได้นำวิชาความรู้ที่มีได้ช่วยเหลือ แบ่งเบา บรรเทา รักษา สุขภาพของพระสงฆ์องค์เณรให้ทุกรูปทุกนามมีสุขภาพกายที่ดี เพราะถ้าทางกายดี ทางจิตใจย่อมดีตาม เมื่อนั้นท่านได้สั่งสอนธรรมะ แนะนำคุณงามความดีแก่ผู้คนทั่วไปให้ผู้คนเป็นคนดี มีศีลธรรม มีศรัทธาตั้งมั่นในพระรัตนตรัย มีเมตตา กรุณา สังคมก็จะสงบสุขได้เองโดยปริยาย เท่านี้ผมก็มีความสุขกับการได้เป็นผู้ให้..เป็นผู้ได้ช่วยเหลือแล้วครับ...ดังนั้นเพื่อเป็นการแจ้งข่าวสารถึงพระสงฆ์ สามเณร ที่ท่านมีปัญหาสุขภาพติดต่อเข้ามาได้นะครับ ผมปวารณาตัวถวายสมุนไพรที่มีอยู่ให้ท่านได้ฉันฟรี หมดแล้วก็แจ้งมาได้ตลอดนะครับไม่มีเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นครับ และตลอดปี 2557 ที่ผ่านมาผมได้ถวายสมุนไพรแด่พระสงฆ์ทั่วประเทศทุกๆเดือนและผมขออนุญาตนำรายละเอียดบางส่วน ของพ่อแม่ครูบาอาจารย์มาแจ้งให้ทุกท่านได้อนุโมทนาบุญร่วมกัน และได้แจ้งข่าวส่งต่อไปยังพระสุปฏิปันโณที่ยังไม่ทราบข่าวอีกต่อไปครับ..ซึ่งหลายๆคนเห็นยอดถวายสมุนไพรแด่พระสงฆ์แล้วก็มักว่ากันไปต่างๆนาๆทั้ง ไอ้โง่บ้าง ไอ้ดัดจริตบ้าง ไอ้นักบุญใหญ่บ้าง ไม่เป็นไรครับเพราะ " คนเราทุกคนย่อมไขว่คว้าหาความสุขด้วยกันทั้งสิ้น และความสุขของผมคือการให้นะเองครับ "

                                        เดือน มกราคม 2557
1. ถวายลูกว่านขันหมากเศรษฐีแด่วัดสมาน จ.ฉะเชิงเทรา 5 กิโลกรัม คิดเป็นปัจจัย 10,000 บาท
2. ถวายพระเดชา คุณฺวโร วัดหนองก๋าย อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ 1 กระปุก คิดเป็นปัจจัย 1,000 บาท
3. ถวายหลวงพ่อสุวชัย ปญฺญาวุฒฺโฒ วัดโพนงาม อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม 1กระปุก + 15 ต้น คิดเป็น    ปัจจัย 2,000 บาท ครั้งแรก
4. ถวายหลวงปู่กลม วัดเทพนิมิตร อ.ปากชุม จ.เลย 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท
5. ถวายพระมหาสุเมธ สิริปญฺโญ วัดป่าประดู่พระอารามหลวง จ.ระยอง 1กิโล+ต้นว่าน 15 ต้น คิดเป็น      ปัจจัย 4,000 บาท
6. ถวายพระอธิการสมพงษ์ อนุตฺตโร วัดคิรีสามัคคีธรรม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 1กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท
7. ถวายพระครูสังวรณาวงศ์ วัดหนองโบสถ์ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย      2,000 บาท
                      รวมถวายเดือนมกราคมคิดเป็นปัจจัย 23,000 บาท
                                       เดือนกุมภาพันธ์ 2557
1. ถวายพระสงวนศักดิ์ สุปญฺโญ วัดคลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ลูกสุกแห้ง 2 กิโลกรัม คิดเป็นปัจจัย 5,000 บาท
2. ถวายพระมหากิตฺติ วัดบางรักใหญ่ จ.นนทบุรี นำไปฉันที่อเมริกา 6 กระปุก คิดเป็นปัจจัย 6,000 บาท
3. ถวายพระมหายุทธนา สุปติฏฺฐิโต วัดหลวงพ่อสดธรรมกายญาราม จ.ราชบุรี 1 กระปุก+ 1 ดองน้ำผึ้ง+   ต้นว่าน 15 ต้น คิดเป็นปัจจัย 3,300 บาท ครั้งแรก
4. ถวายพระสุเทพ โอฑาโต วัดป่าสุวรรณไพโรจน์ 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท
5. ถวายพระอาจารย์ของคุณพ่อสมคิด จ.ชุมพร 1 กระปุก+ 1 ดองน้ำผึ้ง+ ต้น 10 ต้น คิดเป็นปัจจัย 3,300   บาท
                    รวมถวายเดือนกุมภาพันธ์คิดเป็นปัจจัย 19,600 บาท
                                          เดือนมีนาคม 2557 
1. ถวายพระครูปภากร พุทธิศาสน์ วัดล่ามช้าง จ.ลำพูน 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท
2. ถวายพระครูสุวรรณบุญรังษี วัดศรีทอง อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท
3. ถวายพระอาจารย์มหา เดินทางมาถึงบ้านจากปทุมธานี ดองน้ำผึ้ง 4 + ต้นติดลูก 7 กระถาง คิดเป็น    ปัจจัย 6,200 บาท
4. ถวายพระสมชาย กมฺสุทฺโธ วัดถ้ำพริก อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย  2,000 บาท ครั้งแรก
5. ถวายหลวงพ่อวัดถ้ำผาพุทธ อ.วังสะพุง จ.เลย 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่+ต้นว่า คิดเป็นปัจจัย 2,099 บาท
6. ถวายพระครูพิสุทธิ์ปญฺวุฒิ วัดป่ธรรมาภิรมย์ อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน 4 กระปุก+ 15 ต้น+ ชุดต้ม คิดเป็นปัจจัย 6,000 บาท
7. ถวายครูบาธีรพล อัคฺคปญฺโญ วัดศรีหงษ์ทอง อ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น 1 กระปุก+15 ต้น+ชุดต้มใหญ่คิดเป็นปัจจัย 3,000 บาท
                      รวมถวายเดือนมีนาคมคิดเป็นปัจจัย 27,097 บาท
                                           เดือนเมษายน 2557
1. ถวายพระนราชัย วรปญฺโญ วัดสักใหญ่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย    2,000 บาท
2.ถวายพระครูปลัดอติเทพ ( ปู่สำเร็จมณีรัตน์ ) อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลฯ 2 กระปุก คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาทครั้งแรก
                      รวมถวายเดือนเมษายนคิดเป็นปัจจัย 4,000 บาท
                                           เดือนพฤษภาคม 2557
1. ถวายพระวรวุฒิ กิตฺติญาโน วัดศรีหงษ์ทอง จ.ขอนแก่น 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย 2,000       บาท ครั้งแรก
2. ถวายพระชิงชัย อุปฺปสโม วัดโยธินประดิษฐ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท ครั้งแรก
3. ถวายพระสมชาย กมฺมสุโภ วัดถ้ำพริก อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 2 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย      3,000 บาท ครั้งที่ 2
4. ถวายพระอาจารย์อุดม ท่านนั่งรถมาถึงบ้าน 3 กระปุก คิดเป็นปัจจัย 3,000 บาท
5. ถวายพระมหาเกียรติศักดิ์ อธิสกฺโก วัดใหม่บางคล้า อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ต้น 20 ต้น คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท
                       รวมถวายเดือนพฤษภาคมคิดเป็นปัจจัย 12,000 บาท
                                          เดือนมิถุนายน 2557
1. ถวายพระยุทธพิชัย อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ต้นว่าน 20 ต้น คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท
2. ถวายพระสมชาย กมฺมสุโภ วัดถ้ำพริก อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย      2,000 บาท ครั้งที่ 3
3. ถวายพระชิงชัย อุปฺปสโม วัดโยธินประดิษฐ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 1 กระปุก+ต้น 15 ต้น คิด   เป็นปัจจัย 2,000 บาท ครั้งที่ 2
4. ถวายพระวรวุฒิ กิตฺติญาโน วัดศรีหงษ์ทอง จ.ขอนแก่น 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย 2,000      บาท ครั้งที่ 2
5. ถวายพระมหาไอศวรรย์ อติสุโภ วัดหว่านบุญ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 2 กระปุก คิดเป็นปัจจัย 2,000  บาท
6. ถวายพระสง่า สุทฺธิวังโส วัดลาดโพธิ์ทอง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 2 กระปุก + 6 ต้นมีลูก คิดเป็นปัจจัย 2,700 บาท
7. ถวายพระใบฎีกาบุณยพัฒน์ วัดมะค่าไทรงาม อ.แกลง จ.ระยอง 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย    2,000 บาท ครั้งที่ 2
                       รวมถวายเดือนมิถุนายน คิดเป็นปัจจัย 14,700 บาท
                                        เดือนกรกฎาคม 2557
1. ถวายพระสมชาย กมฺมสุโภ วัดถ้ำพริก อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 2 กระปุก คิดเป็นปัจจัย                      2,000 บาท ครั้งที่ 4
2. ถวายถวายพระครูปลัดอติเทพ ( ปู่สำเร็จมณีรัตน์ ) อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลฯ 1 กระปุก คิดเป็นปัจจัย 1,000   บาท  ครั้งที่ 2
3. ถวายพระครูใบฎีกาเศกสิทธิ์ ฐานิโย วัดปทุมธรรมาราม อ.หนองม่วงไข่ จ.แพร่ 2 กระปุก+ต้น 13 ต้น   คิดเป็นปัจจัย 3,000 บาท ครั้งที่ 1
4. ถวายพระอาจารย์เอก จ.สุรินทร์ 1 กระปุก+ต้นว่าน 10 ต้น คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท
5. ถวายพระสมชาย กมฺมสุโภ วัดถ้ำพริก อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 2 กระปุกนำไปช่วยคนคิดเป็นปัจจัย     1,000 บาท ครั้งที่ 5
6. ส่งฝากคุณนิรมล จ.ชุมพร ไปถวายพระอาจารย์ ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย 1,000 บาท
                       รวมถวายเดือนกรกฎาคม คิดเป็นปัจจัย 10,000 บาท
                                        เดือนสิงหาคม 2557
1. ถวายพระวรรณเทพ อนนฺโท เจ้าอาวาสวัดป่าหนองกล้า อ.หนองหาน จ.อุดรธานี 1กระปุก+ต้น 15 ต้น คิดเป็นปัจจัย 2,300 บาท
2. ถวายพระพยนต์ มีบำรุง วัดเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคิรีขันธ์ 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย     2,000 บาท
3. ถวายพระณัททนน สิรินนฺโท วัดบางอ้อยช้าง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็น     ปัจจัย 2,300 บาท
4. ถวายพระวรวุฒิ กิตฺติญาโน วัดศรีหงษ์ทอง จ.ขอนแก่น 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย 2,000       บาท ครั้งที่ 3
5. ถวายพระอาจารย์ปัญจพัฒน์ จ.ระยอง 1 กระปุก+ชุดต้ม คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท
6. ถวายพระมหาธีระยุทธ กตปุญฺโญ วัดป่าโชคดี อ.เมือง จ.มหาสารคาม 1กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็น   ปัจจัย 2,000 บาท
7. ถวายพระครูใบฎีกาเศกสิทธิ์ ฐานิโย วัดปทุมธรรมาราม อ.หนองม่วงไข่ จ.แพร่ 2 กระปุกคิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท ครั้งที่ 2
                         รวมถวายเดือนสิงหาคม คิดเป็นปัจจัย 14,600 บาท
                                        เดือนกันยายน 2557
1. ถวายพระชิงชัย อุปฺปสโม วัดโยธินประดิษฐ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท ครั้งที่ 3
2. ถวายพระอาจารย์ศูนย์ฝึกภาวนาอัครเบญจพลเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ลูกว่าน 2 กิโล+ต้นว่าน 15 ต้น คิดเป็นเงิน 6,000 บาท
3. ถวายพระวรวุฒิ กิตฺติญาโน วัดศรีหงษ์ทอง จ.ขอนแก่น 2 กระปุก คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท ครั้งที่ 4
4. ถวายพระสมชาย กมฺมสุโภ วัดถ้ำพริก อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย     2,000 บาท ครั้งที่ 6
                          รวมถวายเดือนกันยายน คิดเป็นปัจจัย 12,000 บาท
                                        เดือนตุลาคม 2557
1. ถวายถวายพระปิยชาติ ติสฺสโร วัดสำเนียงราษฎร์ศรัทธาราม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท ครั้งที่ 1
2. ถวายปู่ขาวและกุมาร วัดเกาะแก้วเทพนิมิตร 2 กระปุก คิดเป็นปัจจัย 1,360 บาท
3. ถวายพระครูใบฎีกาเศกสิทธิ์ ฐานิโย วัดปทุมธรรมาราม อ.หนองม่วงไข่ จ.แพร่ 2 กระปุกคิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท ครั้งที่ 3
4. ถวายพระมหายุทธนา สุปติฏฺฐิโต วัดหลวงพ่อสดธรรมกายญาราม จ.ราชบุรี 5 กระปุก คิดเป็นปัจจัย     5,000 บาท ครั้งที่ 2
5. ถวายพระสมุห์อำนาจ ผาสุขสันต์ วัดประสาท อ.พระนครศรีอยุธยา จ.อยุธยา 1กระปุก+ต้น 15 ต้น คิด เป็นปัจจัย 2,000 บาท
6. ถวายพระใบฎีกาชำนาญ หิตกาโม วัดบ้านหีบ อ.อุทัย จ.อยุธยา 1กระปุก+ต้น 15 ต้น คิดเป็นปัจจัย       2,000 บาท
7. ถวายพระอาจารย์บุญญพัฒน์ ลูกว่าน 2 กิโล คิดเป็นปัจจัย 5,000 บาท
                         รวมถวายเดือนตุลาคม คิดเป็นปัจจัย 21,360 บาท
                                          เดือนพฤศจิกายน 2557
1. ถวายหลวงปู่ดีและพระอาจารย์จีระวัฒน์ วัดป่าหนองผักแว่นในงานบุญกฐิน 5 กระปุก+ต้น 30 ต้น คิด   เป็นปัจจัย 6,200 บาท
2. ถวายพระครูสมุห์สมบูรณ์ กนฺตสีโล วัดเทพนิมิตรวิทยาราม อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม 1 กระปุก+ต้น 13 ต้น คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท
3. ถวายหลวงพ่อผ่านคุณณิชานันท์ อ.มหาราช จ.อยุธยา 1 กระปุก+ต้น 13 ต้น คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท
4. ถวายพระมัณตาคม โสวจันทร์ วัดบางปิ่น อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 2 กระปุก คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท
5. ถวายหลวงพ่อสุวชัย ปญฺญาวุฒฺโฒ วัดยอดลำธาร อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม 2กระปุก คิดเป็นปัจจัย   2,000 บาท ครั้งที่ 2
6. ถวายหลวงพ่อมงคล คมฺภีรธมฺโม อ.ทรายมูล จ.ยโสธร 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท
7. ถวายพระสมชาย กมฺมสุโภ วัดถ้ำพริก อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย       2,000 บาท ครั้งที่ 7
8. ถวายพระวรวุฒิ กิตฺติญาโน วัดศรีหงษ์ทอง จ.ขอนแก่น 2 กระปุก คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท ครั้งที่ 5
9. ถวายพระปิยชาติ ติสฺสโร วัดสำเนียงราษฎร์ศรัทธาราม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 2 กระปุก คิดเป็น       ปัจจัย 2,000 บาท ครั้งที่ 2
10.ถวายพระอนุชิต พัดราวี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร 1 กระปุก+ต้น 10 ต้น คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท
11. ถวายพระภักษร แสนอ่อน วัดสามกระบือเผือก อ.เมือง จ.นครปฐม 1 กระปุก คิดเป็นปัจจัย 1 พันบาท
12. ถวายพระครูพิริยะชัยกิจ วัดบ้านเหล่าตำแย อ.กุดจับ จ.อุดรธานี 1 กระปุก+ต้น 13 ต้น คิดเป็นปัจจัย     2,000 บาท
13. ถวายพระสมชาย กมฺมสุโภ วัดถ้ำพริก อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย     2,000 บาท ครั้งที่ 8
14. ถวายหลวงปู่คำเจ้าอาวาสวัดบ้านผิผ่วน อ.ค้อวังอจ.ยโสธร 1 กระปุก คิดเป็นปัจจัย 600 บาท
                           รวมถวายเดือนพฤศจิกายน คิดเป็นปัจจัย 29,800 บาท
                                        เดือนธันวาคม 2557
1. ถวายพระยงยุทธ ปญฺญาวิริโย วัดป่าดาราภิรมย์ พระอารามหลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 2 กระปุก คิด    เป็นปัจจัย 2,000 บาท
2. ถวายหลวงพ่อเป วัดบ้านสำลาก อ.เมือง จ.อุบลฯ ดองน้ำผึ้ง 2 กระปุก คิดเป็นปัจจัย 2,600 บาท
3. ถวายพระอาจารย์เตือนภัย วัดช่างหิน จ.บุรีรัมย์ 2 กระปุก คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท
4. ถวายพระอธิการคำรณห์และหลวงพี่ตี๋ จ.พิษณุโลก 2 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย 3,000 บาท
5. ถวายพระสงฆ์ในงานบวชลูกชาย 15 กระปุก คิดเป็นปัจจัย 15,000 บาท
6. ถวายหลวงปู่คำเจ้าอาวาสวัดบ้านผิผ่วน อ.ค้อวังอจ.ยโสธร 2 กระปุก คิดเป็นปัจจัย 1,200 บาท
7. ถวายพระครูใบฎีกาเศกสิทธิ์ ฐานิโย วัดปทุมธรรมาราม อ.หนองม่วงไข่ จ.แพร่ 2 กระปุกคิดเป็นปัจจัย   2,000 บาท ครั้งที่ 4
8. ถวายพระมหาขวัญชัย อคฺคไชโย วัดคีรีวงศ์ อ.หลังสวน จ.ชุมพร 3 กระปุก คิดเป็นปัจจัย 2,600 บาท
9. ถวายพระพอพล กิตฺติสทฺโธ วัดศรีบัวบาน อ.เมือง จ.นครพนม ดองน้ำผึ้ง 2 กระปุก+ลูกสุกไปปลูก คิดเป็นปัจจัย 2,600 บาท
10. ถวายพระมหาธีระยุทธ กตปุญฺโญ วัดอุทัยทิพย์ อ.เมือง จ.มหาสารคาม 1กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท
11. พระอธิการคำรณห์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 1 กระปุก+ชุดต้มใหญ่ คิดเป็นปัจจัย 2,000 บาท
                                          รวมถวายเดือนธันวาคม คิดเป็นปัจจัย 37,000 บาท

คิดรวมเป็นปัจจัยทั้งหมดที่กระผมได้ถวายสมุนไพรเป็นคิลานเภสัชแด่พระสงฆ์ สามเณร ทั่วประเทศตลอดปี 2557 เป็นเงินทั้งสิ้น 225,157 บาท ที่ลงข้อมูลไว้ที่ลืมลงข้อมูลก็ยังมีอีกมากและ
ทั้งนี้ทั้งนั้นยังไม่รวมค่าส่งของถวายครูบาอาจารย์ตลอดปี 2557 ประมาณ หมื่นกว่าบาท ครับ
ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงนี้มันคือความภูมิใจที่ตนเองได้นำวิชาความรู้มาสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ ต่อพระพุทธศาสนา ถึงแม้นสิ่งที่ตัวเองทำอยู่จะเป็นเพียงสิ่งเล็กๆในสายตาของผู้อื่น แต่ถ้าหลายๆคนคิดและทำแบบเดียวกันนี้ นำวิชาความรู้มาช่วยกันจรรโลงสังคม ผมเชื่อว่าโลกมนุษย์เราคงน่าอยู่กว่านี้..ทุกท่านว่าจริงไหมครับ

ว่านขันหมากชุดต้ม รักษาโรคร้ายชัดเจน สะดวกปลอดภัย

      หลังจากมีผู้สนใจตลอดทั้งคนไข้หลายร้อยท่านนำต้นว่านขันหมากเศรษฐีไปต้มทาน แล้วโทรมาแจ้งผลการทานได้ผลเป็นที่น่าพอใจอย่างมากครับ ช่วยแก้ปัญหาสุขภาพร่างกายตลอดทั้งบรรเทารักษาโรคเรื้อรังต่างๆ เคสที่เห็นผลมากๆก็มี เคสมะเร็ง ( เห็นผลเกือบ90%ครับ ) เคสโรคไต เคสโรคตับ ภูมิแพ้ กระเพาะอาหาร ความดัน เบาหวาน เจ็บแข้งปวดขา ท้องผูก ฯลฯ ด้วยมูลเหตุนี้ผมจึงจัดชุดต้มแบ่งออกเป็นชุดๆให้กับท่านที่สนใจอยากนำไปทดสอบ
    ส่วนวิธีการต้มแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะดังต่อไปนี้ครับ
1. สำหรับคนทั่วไปเพื่อต้องการดูแลสุขภาพ ต้มครั้งละ 1 ชุด ใส่น้ำ 2-3 ลิตร ดื่มเช้า-เย็น ครั้งละ 1 แก้ว น้ำต้มเอาเข้าตู้เย็นดื่มแบบเย็นๆได้ ยา 1 ชุดเติมน้ำต้มได้ 3 ครั้ง
2. สำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพ เพื่อบรรเทาและรักษาอาการต่างๆ ต้มครั้งละ 1 ชุด ใส่น้ำ 2 ลิตร เช่นกัน แต่ให้ดื่มต่างน้ำเลยครับ ยา 1 ชุด ต้มได้ 3 ครั้งเช่นกัน แนะนำคนป่วยดื่มแบบอุ่นๆยิ่งดีครับ
  

สำหรับชุดต้มที่แบ่งจำหน่ายมีดังนี้ครับ
1. ชุดต้มชุดเล็ก ชุดละ 250 บาท ( ค่าส่ง 60 บ. )...สั่ง 3 ชุด เหลือ 700 บาท ส่งฟรีครับ สั่ง 6 ชุด ปกติ 1,500 บาทลดเหลือ 1,200 บาทครับ สั่ง 10 ชุด จาก 2,500 บาท ลดเหลือ 2,000 บาท แถมฟรีอีก 1 ชุดครับ
2.ชุดต้มชุดใหญ่ ชุดละ 600 บาท สั่ง 2 ชุด ลดเหลือ 1,000 ครับ..ส่งฟรี
  ติดต่อสอบถามได้ที่ : หมอพืชอานนท์ครับ 090-9569093 , 089-6889946 LINE ID = 0896889946

หมอพืชอานนท์ได้รับเชิญเข้าร่วมอบรมโครงการพัฒนาภาคีเครือข่ายหน่วยอาสาคุ้มครองผู้บริโภค อย. และ สคบ.

    หมอพืชอานนท์ได้รับเชิญเข้าร่วมอบรมโครงการพัฒนาภาคีเครือข่ายหน่วยอาสาคุ้มครองผู้บริโภค

          ในวันอาทิตย์ ที่ 2 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา หมอพืชอานนท์ได้รับเชิญให้เข้าร่วมอบรมโครงการพัฒนาภาคีเครือข่ายหน่วยอาสาคุ้มครองผู้บริโภค ครั้งที่ 1 รุ่นที่ 1 ณ. ห้องประชุมปราศจากศัตรู กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ผบก.ปคบ.พร้อมด้วย พ.ต.อ.นวพล กันคล้อย ผกก.ฝอ.บก.ปคบ. และ นายสุรเดช ทับทิมใส หรือ “โจอี้ บาซู” ศิลปินนักร้องชื่อดัง ได้ร่วมกันเปิดการอบรม “โครงการพัฒนาภาคีเครือข่ายอาสาสมัครคุ้มครองผู้บริโภค รุ่นที่ 1” โดยมีสมาชิกทั้งข้าราชการ นักธุรกิจภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ กว่า 250 คน
 
 โครงการนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของ บก.ปคบ. และ องค์การอาสาสมัครคุ้มครองผู้บริโภค (อส.คบ.) ด้วยทาง บก.ปคบ. ได้ตระหนักถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นแก่ผู้บริโภคที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ อีกทั้งมีประชาชนจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าควรปกป้องสิทธิของตนเองในฐานะผู้บริโภคอย่างไร จะใช้สินค้าอย่างปลอดภัยได้อย่างไร และจะขอคำแนะนำหรือร้องทุกข์กับหน่วยงานไหนยามเกิดปัญหา จึงถือเป็นนิมิตรหมายอันดีที่พวกเราจะได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องจากการอบรม ในครั้งนี้เพื่อให้สมาชิกรุ่นแรกนำไปบอกต่อยังผู้บริโภคท่านอื่นๆ ช่วยกันสร้างเครือข่ายให้ทุกคนเข้าใจสิทธิและบทบาทของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ต่อไป 
http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html
 ในงานนี้หมอพืชอานนท์ ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับท่านผู้ใหญ่หลายๆท่าน ได้แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และได้เห็นแนวโน้มการทำงานของหน่วยอาสาและหน่วยงานตำรวจ กองปราบปราม สคบ. กรมคุ้มครองผู้บริโภค อย. ตำรวจพลเมือง ตลอดทั้งเจ้าของบริษัทหลายร้อยบริษัท ได้เพิ่มเติมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลปกป้อง คุ้มครองผู้บริโภค การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ ถือว่าคุ้มมากๆครับ...สำหรับงานนี้ ต้องขอขอบพระคุณทาง บก.ปคบ.มากๆนะครับ



 
    โครงการดีๆแบบนี้หมอพืชอานนท์ขอสนับสนุนเต็มที่ครับ...เพื่อที่คนไทยจะได้เพิ่มเติมความรู้ความเข้าใจในด้านกฎหมายด้านการคุ้มครองผู้บริโภค การทำงานของหน่วยงาน สคบ. ของ อย. และคนไทยจะได้ใช้สินค้าแต่ละอย่าง แต่ละชนิดที่มีคุณภาพ คุ้มค่าคุ้มราคา

วิธีการทานว่านขันหมากเศรษฐีและวิธีการทำดองน้ำผึ้งแบบฉบับหมอพืชอานนท์

                                                วิธีทานว่านขันหมากเศรษฐีแคปซูล
ให้ทานก่อนนอน ครั้งละ 1-2 แคปซูลในช่วง 7 วันแรก และ สามารถเพิ่มเป็นครั้งละ 2 - 4 แคปซูล ก่อนอาหารเช้าและก่อนนอนได้ หลังจากทาน 1 สัปดาห์ผ่านไป
วิธีต้มต้นและใบว่านขันหมาก




ให้นำต้นและใบที่ได้ไป ใช้ใบ 7 ใบ+ต้นว่าน 9 ท่อน (หรือต้นว่าน 1 ต้น ) + น้ำ 2 ลิตร ต้มเคี่ยวให้เดือดนานประมาณ 10-15 นาที แล้วนำมาดื่ม จะดื่มแบบร้อนๆหรืออุ่นๆแล้วแต่ถนัดหรือเก็บไว้ในขวดน้ำพกพาไปดื่มที่ทำงานก็ได้เช่นกัน เมื่อรินน้ำจากหม้อต้มหมดแล้วสามารถเติมน้ำได้อีก 2 รอบต้มเคี่ยวให้เดือดซัก 10 นาทีพอเมื่อหมด 3 น้ำแล้วจึงค่อยทิ้งเศษยาในหม้อ ใน 1 วันควรดื่มให้ได้มากๆแทนน้ำได้ยิ่งดีนะครับ (ถ้าเคสมะเร็งไม่ควรแช่ตู้เย็น)
หมายเหตุ : ถ้าป่วยเป็นโรคร้ายแรงทุกชนิด อาธิ เช่น มะเร็ง หัวใจ เอดส์ สะเก็ดเงินไต ไวรัสตับ ฯลฯ ควรเก็บดอกไม้พร้อมนำธูปเทียนทำขันธ์ 5 ไปขอขมากรรมกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยและทำบุญถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ 4 รูปขึ้นไป และอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรขออโหสิกรรมกับเขาด้วย
วิธีทานลูกสุกว่านขันหมากเศรษฐี
-  ไม่ควรเคี้ยวลูกว่านขันหมากเป็นอันขาดเพราะจะมีอาการคันมาก
-  ควรใช้มีดหั่นหรือสับบางๆแทนการเคี้ยวหย่อนใส่ปากกลืนแล้วดื่มน้ำตามมากๆ
-  สามารถทานได้ครั้งละ 2-5 ลูก ก่อนนอนและก่อนอาหารเช้า ( กรณีรักษาโรคทานได้มากกว่านี้ )
                                      วิธีทำว่านขันหมากเศรษฐีดองน้ำผึ้งสูตรลับหมอพืชอานนท์
ส่วนผสม
- ผลสุกลูกว่านขันหมากเศรษฐี 1 ส่วน ( 1-2 ขีด )                         -   น้ำผึ้งแท้ 4 ส่วน ( 4 ขีด )
- ขวดโหล หรือ กระปุก จะเป็นแก้วหรือ พลาสติกก็ได้
วิธีทำ
แบ่งการทำออกเป็น 3 แบบแล้วแต่ความถนัดของทุกท่านแต่มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันดังนี้
1. ดองน้ำผึ้งทั้งลูก ข้อดีได้คงสภาพลูกว่านสุกแบบสดๆไว้ ข้อเสียเวลาเคี้ยวลูกว่านยังมีความคันเหลืออยู่แต่ไม่มากนักและตัวยาออกมาผสมกับลูกว่านช้าประมาณ 1-3 เดือนจึงทานได้
2. ดองแบบผ่าลูกครึ่งลูกหรือหั่นเป็นท่อนๆ ข้อดีตัวยาออกมาผสมกับน้ำผึ้งเร็วขึ้น และทานได้เร็วขึ้นประมาณ 15 วันทานได้เลย ลูกว่านที่ผ่าจะไม่คัน ข้อเสียยังต้องเคี้ยวลูกว่านก่อนกลืน
3. ดองแบบนำลูกว่านปั่นให้แตกก่อนดองกับน้ำผึ้ง ข้อดีตัวยาออกมาผสมกับน้ำผึ้งเร็วกว่าการดองทุกแบบและทานได้เร็วขึ้น 7 วันเริ่มทานได้ เป็นการดองน้ำผึ้งที่ดีและให้ผลไวที่สุดครับ
ส่วนวิธีการทำตามนี้เลยนะครับ
-  ล้างลูกว่านขันหมากให้สะอาด ผึ่งให้หมาดๆ ( ผึ่งพัดลมก็ได้ )ไม่ต้องผึ่งหรือตากแดดจนแห้งนะครับเพื่อป้องกันตัวยาระเหยไปกับแสงแดด
-  เลือกว่าจะดองน้ำผึ้งแบบไหนแล้วทำการเตรียมลูกว่านตามวิธีการดังกล่าว
-  นำลูกว่านที่เตรียมไว้ลงในกระปุกหรือขวดโหล เติมน้ำผึ้งที่เตรียมไว้เทลงไปให้ทั่ว ลูกว่าน 1 ส่วน/น้ำผึ้ง 4 ส่วน เสร็จแล้วปิดฝาให้สนิท
-  ช่วงแรกๆหมั่นเปิดฝากระปุก ทุกๆวัน แต่หลังจาก 1 สัปดาห์ผ่านไปค่อย 7 วันครั้งเปิดพอให้ลมออกแล้วปิดฝาไว้เหมือนเดิม ( ไม่แนะนำให้เปิดฝาไว้ตลอดเพราะเชื้อโรค ละอองฝุ่น มด แมลง จะตกลงไป )
-  เมื่อครบเวลาการดองน้ำผึ้งสามารถนำมาทานได้ ครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ ทานทั้งเนื้อว่านและน้ำผึ้ง ตามแต่ถนัดครับ สามารถทานได้ทั้งช่วงเช้าและเย็นนะครับ ( การดองน้ำผึ้งแบบนี้ยิ่งนานวันจะมีรสชาดเปรี้ยวขึ้นไปเรื่อยๆ..ถ้าเราชอบรสชาดแบบไหนให้เก็บเข้าตู้เย็น เช่น ดองน้ำผึ้งผ่านไป 1 เดือน รสชาดออกเปรี้ยวหวานกลมกล่อมกำลังดี ทานง่าย สามารถเก็บเข้าตู้เย็นหยุดรสชาดไว้แบบนั้นได้เลยครับ )


สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้นะครับ : หมอพืชอานนท์ 090-9569093 , 089-6889946
http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html...Line ID = 0896889946

การค้นพบใหม่ แปลกที่สุดในโลกแต่เป็นความจริง ว่านขันหมากเศรษฐีออกดอกเป็นช่อเหมือนมะลิ ว่านขันหมากสุกแล้ว

      ว่านขันหมากเศรษฐีเป็นสมุนไพรในป่าลึกอันทรงคุณค่า มีสรรพคุณทางการรักษาและป้องกันมากมาย แถวบ้านหมอพืชอานนท์เรียกว่านชนิดนี้ว่า " บักขันหมาก "หรือ"หมากยา" เป็นสมุนไพรโบราณที่พ่อแม่ครูบาอาจารย์แนะนำต่อๆกันมาตั้งแต่ออกดอกจนถึงระยะลูกสุกกินเวลายาวนานถึง 3 ปีทีเดียว การออกดอกจะออกเป็นช่อทีละช่อ ทีละดอก ...แต่วันนี้ผมจะพามาดูความแปลกใหม่ที่ใครๆก็ต้องงง..ถามคนเฒ่าคนแก่ที่รู้จักว่านชนิดนี้เองก็ยังตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า " ไม่เคยเจอ..แปลก..! "


http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html..Line ID = 089688946
ว่านขันหมากต้นนี้เป็นว่านขันหมากป่าที่พระอธิการจำปี อธิปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดโนนหินสูง อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ท่านนำมาปลูกไว้ที่วัดแห่งนี้ร่วม 4 ปีแล้ว ท่านเป็นพระสุปฏิปันโนที่ชอบช่วยเหลือชาวบ้านผู้ตกทุกข์ได้ยากทุกผู้ทุกนาม..หมอพืชอานนท์เป็นทั้งศิษย์น้องและโยมอุปัฏฐาก เพราะเคยประพฤติปฏิบัติร่วมกันมาเป็นเวลา 2 ปี... เห็นไหมละครับว่าแปลกแต่จริง...แต่ผมไม่ได้บอกใบ้หวยนะครับ..
บางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าไม่มี..อาจจะมีอยู่ก็ได้เพียงแต่เรายังค้นไม่พบเท่านั้น...บางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าเป็นไปไม่ได้..อาจจะเป็นไปได้เช่นกันนะครับ
ช่วงนี้ไกล้สุกแล้วนะครับสำหรับลูกสุกของว่านขันหมากเศรษฐี...ปีนี้หมอพืชอานนท์จะเริ่มเก็บลงจากเขาประมาณปลายเดือนกันยายน และมีไว้บริการให้กับผู้ที่สนใจจนถึงปลายเดือนมกราคมนะครับ..ท่านใดที่สนใจโทรมาสั่งจองกันได้นะครับ...สั่งจองกันปากเปล่านะครับไม่ต้องมัดจำเงินกันก็ได้
ปกติเมล็ดสุกของว่านขันหมาก 1 กิโลกรัม เมื่อนับแล้วจะได้ประมาณ 1,000 ลูก ผมแนะนำให้ซื้อเป็นกิโลนะครับจะได้ประหยัดกัน...บางท่านซื้อต่อจากไหนไม่รู้เม็ดละ 10-20 บาท นั่นเท่ากับว่าท่านได้ซื้อลูกว่านกิโลละ 10,000-20,000 บาททีเดียว น่าเห็นใจทีเดียว
หมอพืชอานนท์แบ่งให้กับทุกท่านที่สนใจกิโลกรัมละ 2,000 บาท
- สั่ง 3 กิโล ลดเหลือ 5,000 บาทนะครับ ส่วนลด 1,000 บาท
- สั่ง 6 กิโล ลดเหลือ 10,000 บาท ส่วนลด 2,000 บาท แถมฟรีอีก 1 กิโลกรัม เท่ากับได้ลด 4,000 บาท
- สั่ง 12 กิโล ลดเหลือ 20,000 บาท ส่วนลด 4,000 บาท แถมฟรีอีก 3 กิโลกรัม เท่ากับได้ลด 10,000 บาท
สอบถามได้นะครับที่ หมอพืชอานนท์ 090-9569093 , 089-6889946
http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html

เดินป่าหาว่านขันหมากลำบากมากที่สุดในชีวิต พบความอัศจรรย์มากมายและสุขใจมากที่สุดเช่นกัน

    สวัสดีครับทุกท่าน...วันนี้ผมอดรนทนไม่ไหวอยากแบ่งปันความรู้สึกดีๆที่ได้ประสบพบเจอจากการเข้าป่าเก็บต้นว่านขันหมากเศรษฐีครั้งล่าสุด " เมื่อวานนี้เองครับ " มาบอกผ่านทางหน้าจอแห่งนี้
- ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความยินดีกับคุณพี่ทางทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ก่อนนะครับมีข่าวดีแจ้งมาให้ผมทราบว่าหลังจากทานว่านขันหมากที่ผมจัดส่งให้ไปแล้ว มะเร็งตับขั้นโคม่าตรวจพบเชื้อที่ 8,000 กว่า ช่วงอาทิตย์แรกๆหลังจากแอบทานว่านขันหมากก็พบว่าอาการดีขึ้นมากเนื้องอกลดลงไป 5 ซม. และผ่านมาหนึ่งเดือนพอดีตอนนี้ค่าของมะเร็งลดลงเหลือที่ 1,000 อาทิตย์หน้าคุณหมออนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วพร้อมกับอาการงงๆปนแปลกใจมันเป็นไปได้ยังไง
- อีกท่านนะครับที่เพชรบุรี ทานอาหารไม่ได้ต้องให้ทางสายยาง เป็นมะเร็งในลำไส้ลามถึงกระเพาะอาหาร ต้องให้ยาระงับปวดทุกๆ 2 ชม. หลังจากทานว่านขันหมากไปหนึ่งอาทิตย์ ลดการให้ยาแก้ปวดลงเหลือแค่วันละ 2 ครั้งแทน เคสนี้คุณพี่สวิงที่ดูแลลำบากมากครับเพราะต้องป้อนน้ำต้มยาทางสายยาง ยังไงผมก็ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ..ขอให้มีปาฏิหารย์หายไวๆ
- อีกเคสพี่ที่อยู่ทางขอนแก่นเป็นมะเร็งรังไข่มาหลายปี ทุกข์ใจมากและปวดบริเวณบั้นเอวและหลังมา 8 ปี ทานว่านขันหมากไปแล้วได้เพียงอาทิตย์เดียว อาการปวดที่รักษามาทุกอย่าง กินยามาทุกขนานหายไปเป็นปลิดทิ้ง ผมเองต้องขอแสดงความยินดีกับคุณพี่ภัทรชนกด้วยนะครับ
     นี่หละครับคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงอยากนำวิชาความรู้ที่มีมาช่วยเหลือผู้คนทุกคนที่เจอความทุกข์กาย ทุกข์ใจ กับภัยของโรคร้ายชนิดต่างๆ...ขอเพียงแค่ได้ยิน ได้ฟัง ได้เห็น รอยยิ้มอันสุขใจของคนที่ผมให้คำปรึกษาและส่งสมุนไพรว่านขันหมากเศรษฐีไปให้..มันทำให้ผมมีกำลังใจในการเข้าป่าหาว่านขันหมาก ถึงมันจะลำบาก ทุกข์ยาก หนักหนาสาหัสขนาดไหน มันก็ยังสุขใจเพราะความหวัง ความตั้งใจที่อยากให้คนที่มอบความไว้วางใจให้กับผมหายจากโรคร้ายเร็วๆ...ช่วงนี้มีเคสเกี่ยวกับมะเร็งในที่ต่างๆเยอะมากครับต้นว่านที่จะนำมาต้มทานควบคู่กับแคปซูล...ต้องใช้ในปริมาณมากพอสมควรทำให้ผมต้องเข้าป่าเดือนนี้หลายรอบกว่าที่เคย
     และครั้งล่าสุดครับ...เมื่อวานนี้เองที่ผมเดินทางเข้าป่าอีกครั้ง คณะเดินทางของผมก็มี คุณแม่ คุณน้า ภรรยาของผม และลูกชายวัย 14 ขวบ รวม 5 ชีวิตด้วยกัน คนที่น่าหนักใจที่สุดก็คือภรรยาของผมเพราะเธอไม่เคยเดินป่าไกลเกินครึ่งกิโลซักที ทุกๆครั้งผมมักจะขึ้นเขาคนเดียวบ้าง กับพรานคู่ใจบ้าง ครั้งนี้เธอขอเดินทางไปด้วย ห้ามก็ไม่ฟังครับเลยปล่อยเลยตามเลย...ระยะทางเดินขึ้นเขาขาไปครับประมาณ 7 กิโลเมตร เป้าหมายคือ " ด่านขี้ทูต " เป็นสถานที่ผมเคยเดินบุกเที่ยวดงชมไพรสมัย ม.ปลายกันเมื่อ 15 ปีก่อน ระยะทางเดินขาไปนี้ถ้าใครเคยเดินขึ้นภูกระดึงจังหวัดเลย นั่นแหละครับไม่ต่างกันเลยทีเดียว แค่ระยะทางขึ้นเขาลูกแรกต้องพากันหอบแฮกๆๆ..ไปตามๆกันเลยทีเดียว ( เหมือนซำแฮกของภูกระดึงเลย)  และที่เลวร้ายที่สุดครับ 15 ปีที่ผ่านมาผมไม่ได้ขึ้นเขาเขตนี้อีกเลย ทางขึ้นที่เคยมีร่องคนเดินสมัยก่อนเดินไปซักพักไม่มีเหมือนเช่นแต่ก่อน..ผมต้องทบทวนความหลังใหม่อยู่นานทีเดียวจึงตัดสินใจตัดทางขึ้นเขาในทางที่คิดว่าน่าจะใช่ ( เดามั่วหรือเปล่าไม่แน่ใจ ) ประมาณ 5 กิโลเมตรครับลุถึงทางด่านแห่งแรกเป็นป่าหินหรือลานหินเนื้อที่นับร้อยไร่ ผมใจชื้นขึ้นมาทีเดียวเพราะสถานที่แห่งนี้ชาวบ้านเรียกติดปากกันว่า " ลานหินถ้ำคีม " เป็นลานหินที่งดงามและมีเสน่ห์มากครับ ยิ่งหน้านี้เป็นหน้าฝนด้วยแล้วมีดอกไม้ป่า กล้วยไม้ นานาชนิด ขึ้นกันดาษดื่นตลอดทั้งแนวหินสวยงามจนบรรยายไม่ถูก หลังจากดั้นด้นกันขึ้นมาจนร่างกายโชกไปด้วยเหงื่อกันทุกคน..หายเหนื่อยกันปลิดทิ้งเลยครับ..เมื่อเราได้เจอสวรรค์บนดินกันแบบนี้
http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html
            ผมพาทุกคนลงไปดูถ้ำคีมกันเป็นถ้ำที่มีความเชื่อกันว่าระยะทางยาวกว่า 5 กิโลเมตร ( จริงหรือเท็จผมไม่รู้เหมือนกันเคยมุดกันกับเพื่อนๆเมื่อ 15 ปีก่อน รูเล็กๆพอคนคลานเข้าไปได้แค่นั้น อากาศน้อยมาก ผมคลานเข้าไปได้ประมาณ 30 เมตรแค่นั้นและได้เจอฝาบาตรพระตกอยู่ข้างในจึงพากันคลานถอยหลังออกมาเพราะแทบไม่มีอากาศหายใจกัน ) ออกจากถ้ำคีมกันเดินขึ้นไปทางเหนือประมาณครึ่งกิโลเมตร..ณ.ที่นี้เราได้พบกับฤาษีที่ท่านได้มาบำเพ็ญตนที่เขตภูเขาแห่งนี้ มันเป็นอะไรที่ผมแทบจะบรรยายไม่ถูก มีแต่ความปลาบปลื้มปีติ สุขใจเป็นล้นพ้น เหมือนความฝันก็ไม่ปาน
     หลังจากกราบท่านและได้สนทนาแลกเปลี่ยนกันทั้งทางธรรม และด้านการช่วยเหลือคนแล้วจึงขอตัวท่านออกเดินทางต่อเพราะบ่ายโมงแล้ว ถ้าผ่านมาทางนี้ ขากลับจึงจะแวะกราบลาท่านอีกครั้งนึง เดินกันไปอีกประมาณกิโลครึ่งริมข้างทางได้เจอเห็ดโคนไฟดอกสีแดงอมชมพูกันเก็บได้ประมาณ 1 กิโลกรัมจึงพากันเดินทางต่อไปจนบรรลุถึงเป้าหมายคือ " ด่านขี้ทูต " ดังตั้งใจแต่แรกก่อนขึ้นเขามา ณ.ที่นี้หมอพืชอานนท์ได้สละรองเท้าอีก 1 คู่แล้วครับ ด่านขี้ทูตแห่งนี้เป็นลานหินตะปุ่ม ตะป่ำ มีหินรูปต่างๆมากมายครับ ทั้งรูปเต่า ยานอวกาศ รถมอเตอร์ไซด์ เรือ เสาเฉลียง และหินแปลกๆรูปต่างๆนับร้อยชนิด บนเนื้อที่นับร้อยไร่ทีเดียวติดกับชายแดนประเทศลาว..และที่ด่านแห่งนี้มีดอกไม้สวยๆเยอะมากยังกับว่ามีใครมาจัดและตกแต่งสวนไว้ตามรอยแตกของหินและที่สำคัญ ณ.ที่แห่งนี้มีสระน้ำเล็กที่มีน้ำเต็มตลอดทั้งปี มองลงไปเห็นทรายใต้น้ำระยิบระยับเหมือนน้ำจะตื้นๆแต่เมื่อโดดลงไปแล้วลึกท่วมหัวยื่นสุดแขนก็ยังไม่พ้นน้ำลึกประมาณ 2 เมตร เย็นสบายมาก ผมตั้งชื่อสระน้ำแห่งนี่เมื่อ 15 ปีก่อนว่า "สระอโนดาต "เพราะอยู่ไกล้สวนดอกไม้สวยๆและน้ำใสเย็นตลอดปี
     หลังจากวักน้ำเช็ดหน้าเช็ดคอกันแล้ว ทานอาหารมื้อเที่ยงกับเมนูอร่อยๆกัน " ห่อหมกเห็ดโคนไฟ " ผมรับรองเมนูภัตตาคารไหนๆก็สู้ไม่ได้ ทานข้าวเสร็จเดินหาต้นว่านกันประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นช่วงวัดดวงกันเลยทีเดียวว่าจะมีต้นว่านให้เห็นกันไหม ตอนนี้แหละครับทุกท่าน..ทรมาณสุดๆเลยรองเท้าไม่มีเดินเท้าเปล่าหาต้นว่าน หนาม มด ปลวก ไม่ต้องพูดถึงครับ เลือดไหลซิบๆตลอดเวลา ที่สำคัญฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาอีกแบบไม่ยอมหยุดยังกะฟ้ารั่ว เขาลื่นมากๆครับถลอกปอกเปิกไปตามๆกัน แต่สุดท้ายพวกเราก็ได้เจอต้นว่านขึ้นกันประปรายครับ...เพราะไฟป่าไหม้ไปเมื่อหน้าร้อนที่ผ่านมาต้นว่านตายไปเป็นส่วนมาก แต่ณ.ที่นี้เราได้เจอต้นว่านขันหมากตัวผู้กันหลายสิบต้นทีเดียว หลังจากเก็บต้นว่านกันได้พอสมควรจึงเริ่มหาทางกลับ..ฝนเจ้ากรรมครับผ่านมา 2 ชั่วโมงยังไม่ยอมหยุดอีก และนี่ก็คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความลำบาก ความอดทน อดกลั้น อีกครั้ง ผมหาบต้นว่าน 2 กระสอบ น้ำหนักข้างละประมาณ 30 กิโลกรัมทั้งต้นทั้งดิน เดินกลับทางเดิมกัน แรกๆก็พอทนครับเดินไปประมาณ 500 เมตรหยุดทีนึง วางหาบลงจากบ่ากว่าจะถึงอาศรมของปู่ฤาษีต้องวางหาบประมาณ 7 ครั้ง..จึงพากันกราบลาท่านและถวายต้นว่านขันหมากให้กับท่านหลายสิบต้นจึงเริ่มออกเดินทางต่อกันทันที เพราะไกล้จะ 5 โมงเย็นแล้ว...สุดยอดความลำบากคูณสามครับเดินลงเขาที่เป็นลานหินระยะทางร่วม 2 กิโลเมตรฝนตกไม่หยุด หินลื่นๆ รองเท้าไม่มี หนักสุดๆตั้งแต่เกิดมา ต้องระวังตัวแจไม่ให้ลื่นล้ม...ตัวผมเองไม่ล้มแต่แฟนผมซิครับล้มลุกคลุกคลานหลายรอบทีเดียว น่าสงสารเธอจริงๆเธอไม่เคยเดินทางไกลถึงกิโลซักทีแต่วันนี้ สภาพอากาศแบบนี้ ขึ้นเขาลงห้วยแบบนี้ เหนื่อยและหนักแบบนี้ เธอกัดฟันสู้ไม่ถอย ผมต้องขอบคุณคู่ชีวิตของผมคนนี้จริงๆเพราะถ้าผมมาคนเดียวผมคงไม่มีแรงหาบต้นว่านเหล่านี้แล้ว แต่เมื่อเห็นเธอลำบาก กัดฟันสู้โดยไม่ปริปากขนาดนี้ ผมคือผู้นำครอบครัว คือความหวังของอีกหลายชีวิต ผมจะยอมแพ้เชียวหรือทำให้เต็มที่ทำให้ดีที่สุด..ทุกคนทนได้ผมก็ต้องทนได้

      กว่าจะลงมาถึงตีนเขาต้องวางหาบหยุดพักกันร่วม 30 ครั้ง ผมเองเคยหาบน้ำ..หนักๆก็ไม่เกินกิโลแต่วันนี้หาบหนักๆ ขึ้นเขาลงห้วยแค่ขากลับนับ 7 กิโลเมตรทีเดียวครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ ที่ต้องใช้ความอดทน อดกลั้น ความพยายามถึงขีดสุด
http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html

      อีกประมาณกิโลกว่าๆจะถึงรถขอถ่ายรูปแบบสู้ๆให้กำลังใจกันหน่อย..เพราะเริ่มมืดแล้วทุ่มๆกว่าๆยังเหลืออีกหลายกิโล ยังไม่เห็นชายป่ากันเลย

     เมื่อสู้เต็มที่แล้วมันต้องพบกับชัยชนะ ถึงไม่ชนะใครก็ช่างแต่เราชนะใจตัวเองให้ได้ก็พอ..ขอขอบคุณคุณแม่ผู้ไม่ยอมแพ้ คุณภรรยาผู้เป็นยาใจ คุณน้าถึงขาไม่ดีแต่ก็สู้ไม่ถอย ลูกชายผู้เดินตามรอยเท้าพ่อไม่ยอมท้อถอย..ขอบคุณทุกแรงใจที่ทำให้ผมได้สร้างความดีไว้ให้กับสังคม...นี่แหละครับที่เหนื่อยๆมาก็หายเป็นปลิดทิ้ง..ขอบคุณครับ http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html

วงจรชีวิตของว่านขันหมากเศรษฐี 3 ปีลูกสุกครั้งนึง

         ว่านขันหมากหรือขันหมากเศรษฐี เป็นว่านที่ปู่ย่าตายายสมัยโบราณนำมาใช้ป้องกันและรักษาโรคชนิดต่างๆเพราะในเมล็ดของว่านขันหมากมีเอนไซด์ที่ช่วยให้ระบบต่างๆของร่างกายมนุษย์ทำงานได้ตามปกติ อีกทั้งยังช่วยยับยั้งและป้องกันรักษาเซลล์เนื้อร้ายต่างๆ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ รักษาอาการภูมิแพ้ หอบหืด โรคกระเพาะ โรคลำไส้ ทางเดินอาหาร ปวดท้องบิด ตะคริว มือเท้าชา ปวดตามแข้งขา เส้นเอ็นตึง รักษาไข้และอาการไอได้ รักษามะเร็งระยะต่างๆ เนื้องอก ซิสส์ เบาหวาน ความดัน ยับยั้งความเสื่อมชราของร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ ป้องกันความเสื่อมทางด้านเพศ เป็นสมุนไพรที่มีงานวิจัยรับรองอย่างมากมาย ทุกส่วนของว่านชนิดนี้ตั้งแต่ ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล มีตัวยาต่างๆมากมาย  ส่วนใครที่นำต้นมาปลูกเชื่อกันว่าเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง โชคลาภ ค้าขายร่ำรวย มีมหานิยม เป็นที่เกรงขามต่อผู้ได้พบเห็น ป้องกันภูติผีได้ ถ้าใครนำมาปลูกแล้วขันหมากออกดอกเชื่อกันว่าเจ้าของบ้านจะมีแต่โชคดี เงินไหลนอง ทองไหลมา เพราะต้นนึงจะออกดอกออกผลใช้เวลาร่วม 3 ปีทีเดียว ถ้าทุกท่านต้องการข้อมูลมากกว่านี้สอบถามได้นะครับที่ หมอพืชอานนท์ 089-6889946,090-9569093
     วันนี้ผมจะพาทุกท่านมาดูข้อมูลวงจรชีวิตของว่านขันหมากเศรษฐี สุดยอดสมุนไพรจากป่าลึกกันนะครับ ว่าเขามีวิถีความเป็นอยู่แต่ละช่วงแต่ละอายุยังไง...ก่อนอื่นผมเองต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่าไม่ได้อุปโหลกตัวเองเป็นผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรง แต่ผมคลุกคลีและศึกษาว่านขันหมากเศรษฐีมาร่วม 7 ปี เดินป่า ขึ้นเขา มาไม่ต่ำกว่าร้อยครั้ง หลงป่าเป็นวันเป็นคืนนับสิบครั้ง ใช้ว่านชนิดนี้ช่วยเหลือบรรเทาผู้คนที่รักสุขภาพ รักษาโรคร้ายต่างๆที่รุมเร้ากายและใจ ตลอดจนป้องกันตัวเองจากสภาพแวดล้อมและอาหารการกินที่เปลี่ยนแปลงไปจากแต่ก่อน มาร่วม 7 ปี จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ดังกล่าวให้กับท่านผู้ที่สนใจใคร่รู้ในความเป็นมาของว่านชนิดนี้ครับ
http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html...Line ID = 0896889946
วงจรชีวิตว่านขันหมากเศรษฐี

1. แก่จัด บางครั้งก็แห้งเหี่ยวร่วงลงสู่ดิน หลังจากรอดจากกระรอก กระแต นก หนู ไก่ป่า  

2. หลังจากเหลือรอดจากปลวก มด แมลง หนู ตามพื้นดิน ประมาณ 3-6 เดือน ก็จะงอกต้นลูก ต้นใหม่ขึ้นมาให้เห็นครับ


3. ประมาณ 1 ปี ถ้าไม่มีไฟป่ามาเผาทำลายก็จะเริ่มเลี้ยงต้น เลี้ยงใบ ดูที่ลำต้นครับยังเขียว ลำต้นยังอ่อนอยู่ ถ้าลำต้นเริ่มแก่จะออกน้ำตาลไล่ขึ้นไปจากโคนไปปลาย



4. อายุประมาณ 3-5 ปี ลำต้นจะเริ่มแก่สีออกน้ำตาล จึงจะเริ่มติดดอก ออกลูกได้
5. เมื่อต้นสมบูรณ์เต็มที่ ประมาณ 3-5 ปี จะเริ่มออกดอก การออกดอก1ต้นอาจมีหลายๆดอกออกตามกันก็ได้ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของลำต้น เกิดดอกได้ตลอดปี..แต่จะออกมากช่วงเดือนมค.ถึงมีค.
6. ประมาณ 15-30 วันดอกจะร่วง เผยให้เห็นพวงลูกว่านขันหมากลูกเล็กๆเป็นตุ่มๆ เล็กกว่าหัวไม้ขีดอีก
        7. ประมาณ 6-8 เดือน ลูกจะเริ่มโตขึ้น ขนาดประมาณหัวไม้ขีดไฟ
 
8. ลูกว่านขันหมากอายุประมาณ 2-2.5 ปี ประมาณ ครึ่งปีก็คงมีลูกแดงๆสุกให้เห็นเป็นพวงเลยครับ

9. เมื่ออายุครบประมาณ 3 ปี ตั้งแต่ออกดอกมาเขาก็จะสุกอย่างที่เห็นนี่แหละครับ


                       http://keaomanarnon.blogspot.com/2012/08/blog-post_7.html

    อย่างที่ทุกท่านรู้กันนะครับว่าว่านชนิดนี้ตั้งแต่ออกดอกจนถึงลูกสุกกินเวลายาวนานมากถึง 3 ปี แล้วช่วงลูกสุกแดงก็มีกระรอก กระแต ไก่ป่า นก หนู แย่งกันกิน นอกจากนั้นก็ร่วงหล่นสู่ดิน งอกขึ้นมาอีก แต่กว่าที่เขาจะโตจนสามารถออกลูกออกผลได้ก็ไม่ต่ำกว่า 3 ปีเช่นกัน สรุปแล้วก็คือหลังจากเมล็ดงอก จนเป็นลำต้น เลี้ยงตัวเองจนเติบใหญ่ 3 ปี จึงจะออกดอกได้ เมื่อออกดอกแล้วกว่าจะเป็นลูกสุกก็ร่วม 3 ปี นั่นก็คืออายุขั้นต่ำที่เขาให้ลูกสุกแก่เราท่านก็ร่วม 6 ปีทีเดียว นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเมื่อนำเขามาทำเป็นยาสมุนไพรทานจึงเห็นผลชัดเจนครับ และภัยอีกอย่างของต้นว่านชนิดนี้ก็คือ ไฟป่าครับ ทั้งจากน้ำมือของมนุษย์ และเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ถ้าป่าไหนไฟไหม้นั่นหมายถึงว่านชนิดนี้ต้องเริ่มวงจรชีวิตใหม่ตั้งแต่เริ่มงอก เลี้ยงลำต้น ออกดอก เป็นลูก ร่วม 6 ปีทีเดียว บางแห่ง บางที่ เจอไฟป่า ครั้ง สองครั้ง สูญพันธุ์ไปเลยก็มีครับ น่าเสียดายจริงๆ